Categoriesข่าวและกิจกรรม องค์ความรู้เกี่ยวกับบัญชี-ภาษี
Categoriesข่าวและกิจกรรม องค์ความรู้เกี่ยวกับบัญชี-ภาษี
Categoriesข่าวและกิจกรรมทำไม SME ควร “จ้างนักบัญชีภายนอก” มากกว่า “จ้างนักบัญชีประจำออฟฟิศ”
ทำไม SME ควร “จ้างนักบัญชีภายนอก” มากกว่า “นักบัญชีประจำ”
(โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น–ขยายกิจการ)
1️⃣ ต้นทุนต่ำกว่า แต่ได้ทีมมืออาชีพ
นักบัญชีประจำ = เงินเดือน + ประกันสังคม + OT + ความเสี่ยงลาออก
นักบัญชีภายนอก = จ่ายตามแพ็กเกจ แต่ได้ ทีม + ประสบการณ์หลายธุรกิจ
👉 ประหยัดกว่า 30–50% ต่อปี
2️⃣ ระบบบัญชีมาตรฐาน พร้อมตรวจสอบ
นักบัญชีภายนอกทำงานตาม มาตรฐานวิชาชีพ + ตรวจทานหลายชั้น
ลดความเสี่ยงงบผิด → เสียภาษีเกิน → โดนเบี้ยปรับ
3️⃣ เจ้าของกิจการได้ “ข้อมูลเพื่อบริหาร” ไม่ใช่แค่ยื่นภาษี
รายงานกระแสเงินสด
กำไรจริงต่อสินค้า/บริการ
ภาระภาษีล่วงหน้า
👉 บัญชี = เครื่องมือวางแผน ไม่ใช่ภาระ
4️⃣ รองรับการเติบโต การกู้ การเพิ่มทุน
งบการเงินน่าเชื่อถือ → ธนาคาร / นักลงทุนมั่นใจ
พร้อม Due Diligence ทันที ไม่ต้องรื้อย้อนหลัง
5️⃣ ลดความเสี่ยง “พนักงานคนเดียวรู้หมด”
นักบัญชีประจำลาออก = ระบบสะดุด
Outsource = มีทีมสำรอง งานไม่หยุด
💡 แนวทางแนะนำ SME แบบจับต้องได้
✔ SME เริ่มต้น–ขยาย → Outsource ระบบบัญชี
✔ ธุรกิจขนาดกลาง → Hybrid (ภายใน + ภายนอกตรวจ)
✔ เมื่อธุรกิจซับซ้อนมาก → ค่อยมีบัญชีประจำ
Categoriesข่าวและกิจกรรมสัญญาณสำคัญที่ “ควรพิจารณาเพิ่มทุน”
สัญญาณสำคัญที่ “ควรพิจารณาเพิ่มทุน”
1️⃣ เงินสดเริ่มตึง
– รายรับยังดี แต่เงินหมุนไม่พอ / ต้องใช้เงินก้อน
2️⃣ ธุรกิจกำลังโตเร็ว
– มีออเดอร์เพิ่ม แต่กำลังการผลิต/ทีมงานยังไม่พอ
3️⃣ โอกาสลงทุนใหม่มาถึง
– ขยายสาขา ซื้อกิจการ หรือพัฒนาเทคโนโลยี
4️⃣ หนี้เริ่มสูง เสี่ยงสภาพคล่อง
– เพิ่มทุนแทนกู้ ลดดอกเบี้ยระยะยาว
5️⃣ ต้องการพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์
– เพิ่มทุนเพื่อดึงความรู้ เครือข่าย และตลาด
💡 คำแนะนำในการเพิ่มทุน (แบบมืออาชีพ)
✅ เพิ่มทุน เมื่อมีแผนชัด ไม่ใช่แค่ขาดเงิน
✅ คำนวณ Dilution ก่อน ว่าเสียสัดส่วนแค่ไหน
✅ เตรียมงบการเงินให้โปร่งใส น่าเชื่อถือ
✅ กำหนดวัตถุประสงค์เงินทุนให้ชัดเจน (ใช้ทำอะไร ได้ผลลัพธ์อะไร)
✅ เลือกผู้ร่วมทุนที่ “เสริมธุรกิจ” ไม่ใช่แค่ใส่เงิน
Categoriesองค์ความรู้เกี่ยวกับบัญชี-ภาษีงานจดทะเบียน กับหน่วยงานรัฐครบวงจร
บริษัท รับดำเนินการจดทะเบียนต่างๆ กับหน่วยงานรัฐ ครบวงจร อาทิเช่น
1.กรมพัฒนาธุรกิจ
2.กรมสรรพากร
3.ประกันสังคม
4.กรมสรรพสามิต
5.กระทรวงแรงงาน
6.กรมการจัดหางาน
7.กรมทรัพย์สินทางปัญญา
8.กรมการท่องเที่ยว
9.กรมส่งเสริมการลงทุน BOI
10.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
11.เทศบาล
12.อื่นๆ (กรุณาติดต่อ)
Categoriesข่าวและกิจกรรมนักบัญชีทั้งหลาย 3 สิ่งที่ต้องรีบทำ ก่อนสิ้นปี 2025
3 สิ่งที่ต้องรีบทำ ก่อนสิ้นปี 2025
1️⃣ เช็ครายได้
2️⃣ เช็ครายจ่าย
3️⃣ เช็คใบ 50ทวิ
ช่วงใกล้สิ้นปี หลายฝ่ายกำลังเร่งปิดงาน ทั้งฝ่ายขายที่ปิดยอด บัญชีที่เคลียร์เอกสาร และผู้บริหารที่อยากปิดงบให้ทัน พวกเราในฐานะที่ปรึกษาด้านบัญชีและภาษี ขอแนะนำ 3 เรื่องสำคัญที่ควรรีบทำก่อนสิ้นปี 2025
1️⃣ เช็ครายได้ให้ครบถ้วน
การบันทึกรายได้ไม่ครบ อาจส่งผลกระทบหลายด้าน เช่น สต็อกคลาดเคลื่อน ยอดยืนยันกับคู่ค้าไม่ตรง หรือเซลได้ค่าคอมและโบนัสน้อยลง
👉 ควรกำหนด cut-off เอกสารให้ชัด ตรวจสอบรายได้กับ statement และเอกสารจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
2️⃣ เช็ครายจ่ายให้ครบถ้วน
ควรไล่รายจ่ายที่จ่ายผ่านบัญชีบริษัทให้ครบ รวมถึงกำหนดนโยบายเบิกค่าใช้จ่ายที่ไม่ผ่านบัญชีให้ชัดเจน เช่น กำหนดวันสุดท้ายในการเบิก
ส่วนรายจ่ายที่ยังไม่ถึงกำหนดวางบิล ควรทำเช็คลิสต์ไว้ เพื่อบันทึกปรับปรุงให้ถูกงวด และไม่ตกหล่น
นอกจากนี้ ควรตรวจเอกสารให้ครบ เพราะรายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ อาจใช้ทางภาษีไม่ได้
3️⃣ เช็คใบ 50ทวิ ให้ครบ
ใบ 50ทวิ คือเอกสารภาษีสำคัญ ใช้หักหรือนำขอคืนภาษีได้ โดยเฉพาะธุรกิจบริการแบบ B2B / B2G หากไม่ได้รับหรือได้ล่าช้า อาจเสียสิทธิหรือจำเป็นต้องยื่นภาษีเพิ่มเติม
👉 นักบัญชีควรรีบเคลียร์งาน
👉 เจ้าของกิจการควรกำชับทีม
👉 ฝากแชร์ให้เพื่อนนักบัญชีและผู้ประกอบการ
หากมีปัญหาเรื่องการปิดงบการเงิน หรือมองหาผู้ให้บริการด้านบัญชีและภาษี เรายินดีให้คำปรึกษาครับ 🙏
Categoriesข่าวและกิจกรรม องค์ความรู้เกี่ยวกับบัญชี-ภาษีสรุปทิศทางภาษีที่ดินปี 2569
สรุปทิศทางภาษีที่ดินปี 2569
สิ่งที่เจ้าของทรัพย์สินและนักลงทุนต้องรู้
การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อมาและขายไป แต่ยังรวมถึงการเข้าใจใน “ต้นทุนการถือครอง” (Holding Cost) โดยเฉพาะเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีการปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา
.
สำหรับปี 2569 นี้ โครงสร้างภาษี
ยังคงเน้นการจัดเก็บตามประเภทการใช้ประโยชน์ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้
.
1. กลุ่มที่อยู่อาศัย
ความได้เปรียบของ “บ้านหลังหลัก”สำหรับท่านที่มีบ้านเพื่อการอยู่อาศัยรัฐยังคงให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีในเพดานที่ค่อนข้างสูงเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ดังนี้
.
*กรณีเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง(บ้านหลังหลัก) หากมูลค่ารวมไม่เกิน 50 ล้านบาท
ท่านจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษี (Tax Exempt) ทันที*
.
แต่หากมูลค่าเกินกว่านั้นจะเริ่มคิดอัตราภาษีแบบขั้นบันไดเริ่มต้นที่ 0.03% – 0.1% *กรณีเป็นเจ้าของเฉพาะตัวบ้าน(แต่เช่าที่ดิน หรือปลูกบนที่ดินผู้อื่น)*
.
สิทธิยกเว้นภาษีจะอยู่ที่มูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาทส่วนส่วนต่างที่เกินมาจะเริ่มคิดภาษีที่ 0.02%
.
*กรณีบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไปในกลุ่มนี้จะไม่มีการยกเว้นภาษีโดยจะเริ่มเก็บตั้งแต่บาทแรกในอัตราเริ่มต้นที่ 0.02% และสูงสุดที่ 0.1% ตามมูลค่าทรัพย์สิน*
.
2. กลุ่มที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม
หัวใจของการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ถือครองอสังหาฯ เพื่อการทำธุรกิจ
.
โรงแรม อพาร์ตเมนต์ หรืออาคารสำนักงาน อัตราภาษีจะสูงกว่าที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญอัตราภาษีเริ่มต้นที่ 0.3% สำหรับมูลค่ารัพย์สิน 0-50 ล้านบาท
.
และปรับตัวสูงขึ้นแบบขั้นบันไดไปจนถึง 0.7% สำหรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท
.
3. กลุ่มเกษตรกรรมฐานรากที่ยังได้รับการดูแล
*บุคคลธรรมดา: ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์สูงที่สุดโดยได้รับยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าทรัพย์สินช่วง 0-50 ล้านบาทแรกส่วนที่เกินคิดในอัตราต่ำมาก เริ่มต้นเพียง 0.01%
.
*นิติบุคคล: จะเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกโดยเริ่มที่ 0.01% เช่นกัน
.
4.กลุ่มที่ดินรกร้างว่างเปล่า
สินทรัพย์ที่ต้องเร่งบริหารถือเป็นกลุ่มที่เสียภาษีในอัตราสูงที่สุด(เท่ากับพาณิชยกรรม)
.
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดิน
* เริ่มต้นเก็บที่ 0.3% และสูงสุดที่ 0.7% *
.
ข้อควรระวัง: หากปล่อยทิ้งร้างไว้นานติดต่อกันเกิน 3 ปีอัตราภาษีจะ เพิ่มขึ้นอีก 0.3% ในทุกๆ 3 ปี (แต่รวมแล้วไม่เกิน 3%)ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝงที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
.
#สรุปสูตรคำนวณภาษีอย่างง่าย
เพื่อให้ท่านประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้น ใช้สูตรดังนี้:
(มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง − มูลค่าที่ได้รับยกเว้น) × อัตราภาษีต่อปี = ภาษีที่ต้องจ่าย
Categoriesข่าวและกิจกรรมซื้อรถหรูหักภาษีได้หมด..จริงไหม?
🚗 ซื้อรถหรู 3 ล้าน หักภาษีได้หมด? จริง ๆ แล้ว…ได้แค่ 1 ล้าน! 😱
เคยเจอไหม? เจ้าของธุรกิจที่ซื้อรถหรู BMW, Benz หรือรถกระบะตกแต่งพรีเมียมราคาหลายล้าน เอามาใช้ในกิจการ แล้วคิดว่าจะหักค่าเสื่อมภาษีได้เต็ม…
แต่พอยื่นแบบภาษีปุ๊บ 👉 สรรพากรตีกลับ!
“หักค่าเสื่อมได้ไม่เกินคันละ 1 ล้านบาทเท่านั้นนะคะ (รวม VAT แล้ว)” 😲
✅ กฎหมายเขียนไว้อย่างไร?
มาตรา 65 ทวิ และ มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
กำหนดให้การหักค่าเสื่อมของรถยนต์นั่งที่มีไม่เกิน 10 ที่นั่ง
หักได้สูงสุดไม่เกิน “1,000,000 บาท” ต่อคัน
แม้จะซื้อจริงราคาเท่าไหร่ก็ตาม
📊 ตัวอย่างให้เห็นภาพ
ซื้อรถราคา 3,000,000 บาท
หักค่าเสื่อมได้ 5 ปี (ปีละ 20%)
เข้าใจผิด: 3 ล้าน ÷ 5 ปี = ปีละ 600,000 บาท
ถูกต้อง: ต้องใช้ฐาน 1 ล้านเท่านั้น
หักได้ปีละ 200,000 บาท อีก 2 ล้าน หักไม่ได้เลย
ขาดสิทธิ์ภาษี = ขาดโอกาสลดภาษีหลายแสน!
🚘 แล้วถ้าเช่ารถล่ะ?
ถ้าธุรกิจเลือก “เช่ารถหรู” แทนการซื้อ ก็ไม่ได้หักเต็มเช่นกัน
🚗 เช่ารายเดือน: หักได้สูงสุด 36,000 บาท/เดือน/คัน
🚗 เช่ารายวัน: หักได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน/คัน
เช่ารถเดือนละ 80,000 บาท → หักได้แค่ 36,000
ส่วนต่างอีก 44,000 บาทกลายเป็นรายจ่ายต้องห้าม!
💡 เคล็ดลับที่หลายคนไม่รู้
✅ ซื้อรถ = สินทรัพย์
-หักค่าเสื่อมได้ตามเกณฑ์ที่จำกัด (เพดาน 1 ล้าน)
✅ รถในธุรกิจ “ให้เช่า” หรือ “เป็นสินค้า” เช่น รถในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
-นับเป็น “สินค้าคงเหลือ” ไม่ใช่สินทรัพย์ถาวร → หักได้เต็ม
✅ รถกระบะตอนเดียว (1 ที่นั่ง)
-เข้าข่าย “รถบรรทุก” ไม่ติดเพดาน 1 ล้าน
-หักได้เต็มราคาตามอัตราค่าเสื่อม (20%)
🧠 ข้อคิดก่อนตัดสินใจ
❗ รถราคาแพง ไม่ได้ช่วยลดภาษีมากเสมอไป
❗ ถ้าคุณซื้อรถราคา 3 ล้าน แต่หักได้แค่ 1 ล้าน → อีก 2 ล้านเสียเปล่า (ด้านภาษี)
✅ ซื้อรถมือสองราคาไม่เกิน 1 ล้าน = หักได้เต็ม
✅ เช่ารถที่ไม่เกินเพดาน = วางแผนภาษีได้ดี
✅ ปรึกษาผู้ทำบัญชี/ที่ปรึกษาภาษีทุกครั้งก่อนซื้อ
✍️ สรุป
รถหรูหักภาษีไม่ได้เต็มจำนวน
จำไว้เลยว่า เพดานค่าเสื่อมหักได้ “1 ล้านบาท” ต่อคัน (รวม VAT)
ก่อนซื้อ ควรคำนวณให้รอบคอบ ว่าคุ้มหรือไม่ในแง่ภาษี
จะได้ไม่งงตอนยื่นภาษีเหมือนที่หลายธุรกิจเคยเจอ!
#ภาษีธุรกิจ #รถหรู #หักค่าเสื่อม #เจ้าของกิจการ #SME #ความรู้ภาษี #วางแผนภาษี #รถเช่า #บัญชีธุรกิจ👍
